วันอังคารที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2552

ขั้นที่3 การชี้ให้เห็นถึงกระบวนการหลักของการบริหารงค์การ


ขั้นที่3 การชี้ให้เห็นถึงกระบวนการหลักของการบริหารงค์การ

1.วิธีการทำรีเอ็นจิเนียริ่ง(Reengineering Method)มีวิธีการดังนี้

1.1 ศึกษารูปแบบกระบวนการทำงานให้เข้าใจ(Understanding Process)โดยการมอบหมายงานให้ผู้เกี่ยวข้องที่เข่าใจในงาน ซึงมีผู้ที่กี่ยวข้องกับการทำรีเอ็นจิเนียริ่ง ได้แก่

(1)ผู้นำ (Leader) คือ บุคคลที่มาจากการเลือกตั้งหรือแต่งตั้ง หรือการยกย่องขึ้นมาของกลุ่ม เพื่อให้ทำหน้าที่เป็นผู้ชี้แนะและช่วยเหลือให้กลุ่มประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

(2)ผู้เป็นเจ้าของกระบวนการ(Process Owner)ผู้จัดการที่มีความรับผิดชอบในกระบวนการทำงานที่จะให้มีการทำรีเอ็นจิเนียริ่งโดยทำหน้าที่ประสานงานพร้อมทั้งรับผิดชอบในการปฏิบัติงานของทีม

(3)ทีมงานรีเอ็นจิเนียริ่ง(Reengineering Teamm)ทีมทำงานของพนักงานซึ่งตกลงใจ ร่วมกันทำรีเอ็นจิเนียริ่ง ซึ่งประกอบด้วยบุคคล 2 ฝ่าย คือ คนวงใน(Insiders),คนวงนอก(Outsiders)

(4)คณะกรรมการผู้ชี้นำ(Steering Committe)

บทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการผู้ชี้นำคือ

1. จัดการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ข้อบังคับของธนาคาร และมติของที่ประชุม ผู้ถือหุ้นกำกับดูแลการดำเนินกิจการทั้งหลาย

2. คณะกรรมการจะต้องประชุมอย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้ง และต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด และให้ถือเสียงข้างมากเป็นมติของที่ประชุม

3. คณะกรรมการต้องจัดให้มีการประชุมผู้ถือหุ้นเป็นการประชุมสามัญประจำปีภายในสี่เดือน ส่วนการประชุมผู้ถือหุ้นคราวอื่นๆ นอกจากที่กล่าว เรียกว่า การประชุมวิสามัญ ซึ่งกรรมการจะเรียกประชุมวิสามัญเมื่อไรก็ได้ สุดแต่จะเห็นสมควร หรือคณะกรรมการจัดให้มีการประชุมวิสามัญ

4. ในจำนวนกรรมการ แม้ตำแหน่งจะว่างไปบ้าง กรรมการที่เหลืออยู่ย่อมทำกิจการได้

5. ปฏิบัติตามข้อพึงปฏิบัติที่ดีสำหรับกรรมการบริษัทจดทะเบียน (Code of Best Practice of Directors of Listed Companies)

(5)ผู้มีอำนาจทำรีเอ็นจิเนียริ่ง(Reengineering CZar)ผู้รับผิดชอบในการดูแลด้านเทคนิคในการรีเอ็นจิริ่งเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามที่ตั้งไว้

2. การจัดรูปแบบกระบวนการทำงานใหม่(Reengineering Process)แบ่งออกเป็น 3 วิธีคือ

2.1 การใช้วิธีการทำรีเอ็นจิเนียริ่งที่ถูกต้อง

2.2 การใช้ประโยชน์ของเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างเต็มที่

2.3 การใช้เทคนิคในการทำรีเอ็นจิเนียริ่ง มีดังนี้
  • บทบาทและความเข้าใจของผู้บริหารระดับสูง
  • อย่าพยายามทำรีเอ็นจิเนียริ่ง เมื่อประธานกรรมการบริหารเหลือเวลาอีก 2 ปี ก่อนเกษียน
  • อย่าพยายามยึดแน่นกับกระบวนการเดียวแต่ควรมีการเปลี่ยนแปลง
  • อย่าพยายามทำรีเอ็นจิเนียริ่งให้เกิดขึ้นจากระดับล่างขึ้นสู่ระดับบน
  • อย่าล้มเหลวในการแยกความแตกต่างของการรีเอ็นจิเนียริ่ง
  • มอบหมายงานให้บุคคลที่เข้าในการรีเอ็นจิเนียริ่งอย่าสงแท้จริง
  • ต้องใช้ความรู้ความสามารถไม่ไช่โชคช่วยต้องรู้กฏเกณฑ์
  • ไม่สนใจต่อค่านิยมและความเชื่ของประชาชน
  • อย่าถอยกลับเมื่อคนต่อต้านการเปลี่ยนแปลงจากการทำรีเนจิเนียริ่ง
  • อย่าท้อถอยหมดความพยายาม








แหล่งที่มา

http://elearning.northcm.ac.th/mis/content.asp?ContentID=9&LessonID=2

วันจันทร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2551

ปราสาทหินนครวัด

ปราสาทหินนครวัด


เป็นปราสาทหินที่เก่าแก่และยิ่งใหญ่ที่สุดของขอม ซึ่งนครธมได้สร้างขึ้นก่อนนครวัด โดยนครธมสร้างเมื่อประมาณ ค.ศ.1345-1412 ในรัชสมัยของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 และที่ 2 นครธมมีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 25,000 ไร่ ประกอบด้วยปราสาทกระจัดกระจายอยู่ตามบริเวณต่างๆ ไม่ต่ำกว่า600 แห่ง ตัวนครธมเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีคูเมือง กำแพง ป้อมปราการสวยงาม แข็งแรง สร้างด้วยหินในเนื้อที่ 5,500 ไร่ ปราสาทของนครธมทุกยอด เป็นหน้าพรหมเกือบทั้งสิ้น ล้อมรอบด้วยปราสาทเล็ก มีชื่อเรียกต่างๆ เช่น ปราสาทแปรรูป ปราสาทแม่บุญ ปราสาทบายน เป็นต้น ส่วนนครวัด เป็นศิลปะที่สร้างด้วยหินเช่นเดียวกับนครธม สร้างเมื่อประมาณ ค.ศ.1643 ในสมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 เป็นปราสาทหิน 3 ชั้น หรือ 3 ตอน ประกอบด้วยคูเมืองขนาดใหญ่ มีเขื่อนก่อสร้างด้วยศิลารอบทั้ง 4 ทิศ มีสะพานหินใหญ่โต นครวัด-นครธม สร้างด้วยฝีมือมนุษย์และการแกะสลักลวดลายลงบนหินที่สวยงามมาก แต่การสร้างนครทั้งสองนี้ก็ทำให้ขอมสูญเสียกำลังคนและทรัพย์สิน เป็นจำนวนมากจึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ขอมถูกยึดอำนาจคืน จนในที่สุดขอมก็หมดสิ้นอำนาจไป






ปราสาทหินนครวัด (Angkor Wat)
ปราสาทหินนครวัด เป็นปราสาทหินที่เก่าแก่และยิ่งใหญ่ที่สุดของขอม และเป็นเทวสถานทางศาสนาพราหมณ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก สร้างขึ้นเมื่อเมื่อประมาณ พ.ศ. 1656 - 1693โดยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 แห่งอาณาจักรขอม ปัจจุบันคือประเทศกัมพูชา ปราสาทหินประกอบไปด้วยปราสาทใหญ่ 5 องค์ ตั้งอยู่ที่บนฐานสี่เหลี่ยมที่ซ้อนกันเป็นชั้นๆสูง 12 เมตรบนฐานชั้นบนมีปราสาทองค์ใหญ่สูงประมาณ 40 เมตร ตั้งอยู่ตรงกลาง และมีปราสาทขนาดเล็กกว่าล้อมรอบอยู่ทั้ง 4 ทิศ ซึ่งมีระเบียงหินสลักภาพนูนเชื่อมปราสาททั้ง 4 ด้าน และยังมีระเบียงหินขนาดใหญ่เป็นกำแพงล้อมรอบถัดออกไปอีกชั้นหนึ่ง ซึ่งเป็นระเบียงที่มีภาพสลักนูนแสดงเหตุการณ์ต่างๆและตำนานทางศาสนา บริเวณของปราสาทหินนครวัดครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 1,005 ไร่ ปัจจุบันตั้งอยู่ที่เมืองเสียมราฐ และได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกเพื่ออนุรักษ์ให้เป็นโบราณสถานอันทรงคุณค่าทางด้านสถาปัตยกรรม ศิลปกรรม และวัฒนธรรมแห่งหนึ่ง


แหล่งที่มา

http://members.tripod.com/com_sk/angkor.htm

วันเสาร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

การประยุกต์ใช้ OA

กาประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในสำนักงานหน่วยงานราชการ

สำนักบริการเทคโนโลยีสารสนเทศภาครัฐ (Government Information Technology Services - GITS) ลักษณะงานของสำนักบริการเทคโนโลยีสารสนเทศภาครัฐ จะให้บริการเครือข่ายสารสนเทศภาครัฐ (Government Information Network) เพื่อตอบสนองการบริหารงานสำหรับหน่วยงานของภาครัฐได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูง ส่งเสริมหน่วยงานภาครัฐให้มีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการดำเนินงานอันนำไปสู่การเป็น E-government และเป็นศูนย์กลางส่งเสริมให้เกิดระบบการเชื่อมโยงข่าวสารระหว่างภาครัฐและประชาชน
สำนักงานอัตโนมัติ (Office Automation - OA) สำนักงานอัตโนมัติที่หน่วยงานของรัฐจัดทำขึ้นมีชื่อว่า IT Model Office เป็นโครงการนำร่องที่จัดทำขึ้นเพื่อพัฒนาระบบเครือข่ายพื้นฐานของภาครัฐ ในรูปของสำนักงานอัตโนมัติ เช่น งานสารบรรณ งานจัดทำเอกสารและจัดส่งทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ งานแฟ้มเอกสาร งานบันทึกการนัดหมายผู้บริหาร ซึ่งระบบงานที่สำคัญมีดังนี้คือ
- ระบบนำเสนอข้อมูลข่าวสารสำหรับผู้บริหาร
- ระบบจดหมายอิเล็กทรอนิกส์แบบปลอดภัย ได้มีการนำเทคโนโลยีลายเซ็นต์ดิจิทัล (Digital signature) เข้ามาช่วยในการยืนยันผู้ส่งและยืนยันความแท้จริงของอีเมล

อินเทอร์เน็ตตำบล อินเทอร์เน็ตตำบล เป็นการวางระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตให้ตำบลต่างๆ ทั่วประเทศสามารถเข้าใช้อินเทอร์เน็ตได้อย่างมีประสิทธิภาพอันจะเป็นประโยชน์อย่างมากในด้านต่างๆ เช่น หน่วยงานของรัฐ และองค์กรต่างๆ สามารถมีส่วนร่วมในการจัดทำและใช้ประโยชน์จากระบบอินเทอร์เน็ตตำบล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หน่วยงานที่อยู่ ณ ตำบลและใกล้ชิดกับประชาชนก็จะมีความสำคัญและความรับผิดชอบในการจัดทำ ตรวจสอบและปรับปรุงข้อมูล รวมทั้งให้บริการแก่กลุ่มชนต่างๆ


การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศด้านสรรพกร เนื่องจากกรมสรรพากรทำหน้าที่เป็นเหมือนแหล่งรายได้ของรัฐบาล รายได้จากการจัดเก็บภาษีของกรมสรรพากรมีมากถึง 60 เปอร์เซ็นต์ของรายได้รวมของประเทศ ดังนั้นรัฐบาลจำต้องให้ความสำคัญกับระบบการจัดเก็บ ข้อมูลและประวัติของผู้เสียภาษีอย่างต่อเนื่องนอกจากนี้ สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ยังต้องการข้อมูลเพื่อนำไปวิเคราะห์เพื่อทำ Macro Model หรือแบบจำลองทางเศรษฐศาสตร์ให้กับประเทศอีกด้วย ปัจจุบันกรมสรรพกรได้จัดทำโครงการ E-revenue ซึ่งเป็นบริการเสียภาษีออนไลน์ นอกจากนี้ยังให้ข้อมูลข่าวสารที่มีประโยชน์ด้านการพาณิชย์ มีบริการโปรแกรมประการยื่นแบบ บริการแบบพิมพ์ บริการยื่นแบบผ่านอินเทอร์เน็ต เป็นต้น ซึ่งอำนวยความสะดวก รวดเร็ว มากยิ่งขึ้นต่อประชาชนผู้ใช้บริการ

แหล่งที่มา

วันจันทร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

การจัดสิ่งแวดล้อมเพื่อระบบสำนักงานอัตโนมติ

การจัดสิ่งแวดล้อมเพื่อระบบสำนักงานอัติโนมัต


มีความสำเร็จในการทำงานร่วมกัน ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับบรรยากาศในการทำงาน การได้รับความสะดวกสะบายจากการมีเครื่องใช้ทุ่นแรง ประหยัดเวลา การมีระบบ การจัดเก็บเอกสารอย่างมีระเบียบ สามารถนำมาใช้ทันทีที่ต้องการ โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริหาร ซึ่งเปรียบเสมือนสมองที่คอยสั่งการให้มีการใช้ปัจจัยต่างๆให้ดำเนินงานตามแผนงานที่วางไว้


ระบบที่เลือกใช้สำหรับสำนักงานอัตโนมัติมีดังนี้

ระบบแสงสว่าง

แสงสว่างมีความสำคัญต่อมนุษย์เป็นอย่างมาก เราจะมองเห็นสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวเราได้ เพราะแสงสว่างที่ได้จากแหล่งกำเนิดไปสะท้อนกับวัตถุมาเข้าตาของเรา แสงอาจจะได้จากธรรมชาติ ( Daylight ) หรือแหล่งกำเนิดที่มนุษย์ประดิษฐ์ขึ้น ( Aritficial Light ) ดวงอาทิตย์เป็นแหล่งกำเนิดแสงแหล่งแรกของมนุษย์ และเป็นกำเนิดคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีความยาวคลื่นแบบต่อเนื่อง คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่เรารู้จักกันทั่วไป เช่น รังสีคอสมิก รังสีแกมมา รังสีเอกซ์ รังสีอัลตร้าไวโอเลต รังสีอินฟราเรด ไมโครเวฟ เรดาร์ คลื่นโทรทัศน์ และคลื่นวิทยุ เป็นต้น


ระบบควบคุมไฟฟ้า
หัวใจสำคัญต่อประสิทธิภาพของ OA คือ ต้องอาศัยกระแสไฟฟ้าที่มีค่าสม่ำเสมอทั้งในด้านแรงดันและความถี่ เพื่อตัดปัญหารกระแสไฟฟ้าตก ในปัญหานี้OA ต้องใช้อุปกรณ์พิเศษบางอย่างมาควบคุมกระแสไฟฟ้า ดังนี้
1.เครื่องควบคุมแรงดันไฟฟ้า (Voltage Stabiliser) จะแก้ปัญหาไฟฟ้าตก
2.เครื่องรักษาสภาพไฟฟ้า (LineConditioner) 0txhv'dyoc]t-0yflyPPkIi[d;omk'waahk
3.เครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง (Uninterruptible Power System / UPS) ใช้จ่ายไฟในกรณีฉุกเฉิน

ระบบปรับอากาศ
เมื่ออากาศร้อน เครื่องปรับอากาศจะมีประสิทธิภาพในการระบายความร้อนลดลง ภาระการทำความเย็นในหน้าร้อนเพิ่มขึ้น ในหน้าร้อน และวันที่อากาศร้อนสูงเกิน 40 องศา และแอร์เย็นน้อยลงบ้าง(อยู่ที 26 องศา)เป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าร้อนขนาดนี้แล้ว แอร์ยังเย็นเจี๊ยบ(23 องศา)แสดงว่า ในวันที่อุณหภูมิปกติคือ 30-35 องศา แอร์อาจจะใหญ่เกินไปด้วยซ้ำ และอาจจะกินไฟมากเกินไป





ระบบป้องกันอัคคีภัย

ระบบป้องกันอัคคีภัยมีลักษณะที่แตกต่างจากระบบที่เป็นปัจจัยในการผลิตตรงที่ ระบบป้องกันอัคคีภัยจะใช้เวลาเกือบทั้งหมดไปในลักษณะการเตรียมพร้อมใช้งาน ในขณะที่ระบบที่เป็นปัจจัยในการผลิตจะใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการทำงานตามปกติ เมื่อระบบทำงาบกพร่องไปก็สามารถรับรู้ได้ในเกือบจะทันทีแต่ความบกพร่องหากเกิดขึ้นในระบบป้องกันอัคคีภัยมักจะไม่มีผลกระทบไดๆต่อการผลิตหรือการดำเนินกิจการ จึงรับรู้ได้ยาก แต่ในขณะเดียวกันหากเกิดอัคคีภัยขึ้น การระง้บอัคคีภัยจะกลายเป็นกิจกรรมที่สำคัญและเร่งด่วนสูงสุด ระบบที่แทบไม่ได้ทำงานเลยจะต้องทำงานได้สมรรถนะตามที่ออกแบบไว้


ระบบการเดินสายเคเบิล

ระบบ OAจะเชื่อมต่อและประสานงานกันได้ดีนั้น จะต้องมีการเคลื่อนที่ของข่าวสารข้อมูลผ่านเครือข่ายของระบบสื่อสาร การวางสายเคเบิล คงไม่ง่ายเหมือนการเดินสายไฟฟ้า จึงจะต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญโดยเฉพาะเพื่อให้ได้ระบบที่ถูกต้อง


ระบบยกพื้นระดับ

พื้นยกระดับที่ดีควรมีคุณลักษณะในการป้องกันไฟฟ้าสถิตได้ ไม่ติดไฟเมื่อเกิดเพลิงไหม้และสามารถรื้อออกเพื่อการเคลื่อนย้ายหรือตรวจสอบสายเคเบิลต่างๆได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว


อาคารอัจฉริยะ

อาคารอัจฉริยะคืออาคารที่ได้รับการออกแบบโดยใช้เทคนิคการก่อสร้างที่ก้าวหน้า มี ความแตกต่าง จาก อาคารธรรมดา ในทุกๆแง่ มีการติดตั้งอุปกรณ์ ที่รับรู้ ข้อมูลต่างๆ ของอาคาร โดยข้อมูลนั้นจะถูกส่งไปยังระบบประมวลกลาง ซึ่งมีความสามารถ ในการวิเคราะห์ข้อมูล ที่ได้รับ แล้ว สั่งการ ให้ระบบของอาคาร ปรับเปลี่ยนตามสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป โดยผลที่ต้องการคือผู้ใช้งานอาคารได้รับผลประโยชน์สูงสุด” ซึ่ง จะว่าไปแล้ว อาคารอัจฉริยะ จะต้องทำงานได้คล้ายสิ่งมีชีวิตคือมีการรับรู้และสามารถตอบสนองกับสิ่งเร้าทั้งจากภายในและภายนอก อีกทั้ง สามารถปรับตัว ให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ตนเองมีการใช้ชีวิตได้อย่างปรกติสุขนั้นเอง





เทคโนโลยีของอาคารอัจฉริยะ

1.ระบบสำนักงานอัตโนมัติ


เครือข่ายคอมพิวเตอร์ คือการนำเอาคอมพิวเตอร์หลาย ๆ เครื่องต่อเชื่อมโยงให้มีการสื่อสารข้อมูลระหว่างกัน การเชื่อมโยงเครือข่ายคอมพิวเตอร์เข้าหากันก็ด้วยเหตุผลที่ราคาของคอมพิวเตอร์ถูกลง และต้องการเพิ่มขีดความสามารถของระบบโดยรวม หรือที่เรียกว่าการสร้างมูลค่าเพิ่ม เพราะอุปกรณ์คอมพิวเตอร์เพียงอย่างเดียวก็ทำงานได้ในตัวเองอย่างหนึ่ง แต่เมื่อต่อรวมกันจะทำงานได้เพิ่มขึ้น มีการใช้ทรัพยากรร่วมกันแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างกัน ทำให้เกิดความสะดวกสบายในการใช้งาน มีความรวดเร็วเพิ่มขึ้น
การทำงานในสำนักงานก็เช่นเดียวกัน ที่จำเป็นต้องมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างกันภายในโต๊ะทำงานตัวหนึ่งเสมือนจุดการประมวลผล การวิเคราะห์ การแยกแยะข้อมูลข่าวสาร แล้วส่งต่อให้โต๊ะอื่น ๆ หรือหน่วยอื่น ๆ ต่อไป การเชื่อมโยงเครือข่ายเป็นระบบก็เช่นเดียวกัน เป็นการเชื่อมโยงระบบประมวลผลหรือคอมพิวเตอร์หลาย ๆ ระบบเข้าด้วยกัน ระบบสำนักงานอัตโนมัติจึงเป็นเรื่องของการประมวลผลในจุดต่าง ๆ แล้วส่งข้อมูลเข้าหากันผ่านทางเครือข่าย


2.ระบบสื่อสารโทรคมนาคม

สำหรับระบบสื่อสารโทรคมนาคมในยุคที่สามนี้ เป็นการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีโทรคมนาคมเดิมที่เป็นแบบดิจิตอลกับอินเทอร์เน็ตเข้าเป็นเครือข่ายเดียวกัน หรือกล่าวได้ว่าเส้นทางการพัฒนาระบบโทรคมนาคมกำลังก้าวไปรวมกับอินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายสื่อสารทั้งทางด้านโทรศัพท์ วิทยุ และโทรทัศน์
ระบบสื่อสารโทรคมนาคมหลังปี ค.ศ. 2000 กำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่สามที่มีอินเทอร์เน็ตเป็นแกนกลาง ซึ่งทุกอย่างกำลังเชื่อมโยงเข้าเป็นระบบเดียวกัน มีระบบการประยุกต์ด้วยโปรโตคอล WAP (Wireless Application Protocol) กล่าวคือ โทรศัพท์เชื่อมโยงเข้าสู่อินเทอร์เน็ตโดยใช้โปรโตคอลแบบ IP โดยมีการพัฒนา Wireless IP และสร้าง IP Phone เพื่อให้อินเทอร์เน็ตและเครือข่ายโทรศัพท์เป็น Backbone เดียวกัน นั่นคือโทรศัพท์ในยุคที่สามนี้จะมี IP Address ทุกเครื่องและเชื่อมโยงถึงกันทั้งหมด โดยรวมการประยุกต์พิเศษนอกจากการพูดคุยทางเสียง เช่น ใช้เปิดอ่านอีเมล์ หรือรับส่งข้อมูลอื่นได้ ใช้เป็นเบราเซอร์เปิด World Wide Web เพื่อดูข้อมูลต่าง ๆ บนอินเทอร์เน็ตได้ โดยเฉพาะโปรโตคอล WAP ทำให้เชื่อมโยงกับเซิร์ฟเวอร์เฉพาะของตนเองได้ง่ายขึ้น
รูปแบบของโทรศัพท์จะเป็นระบบพกพาติดตัวและสามารถเชื่อมโยงเข้าสู่เครือข่ายได้ทุกหนทุกแห่ง การเรียกเข้าหาเซิร์ฟเวอร์ยังกระทำแบบเฉพาะเจาะจงได้อีก เช่นจัดทำเป็น Hot Zone ภายในองค์กรของตนเอง โดยเครื่องที่มีหมายเลข IP เฉพาะถึงจะเชื่อมโยงกับเซิร์ฟเวอร์ที่กำหนดได้ ระบบโทรศัพท์ในยุคที่สามเป็นระบบที่ทำให้โครงสร้างแบบระยะทางหมดความหมาย ผู้ใช้บริการจะเรียกไปยังที่ใดก็ได้โดยใช้โครงสร้างราคาเดียวกัน อนาคตการใช้โทรศัพท์ไปต่างประเทศกับโทรภายในประเทศจะมีราคาเดียวกัน


3.ระบบอาคารอัตโนมัติ

ระบบอาคารอัตโนมัติ เป็นระบบการสั่งการและจัดการระบบต่าง ๆ เช่น ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง, ระบบปรับอากาศ , ระบบลิฟต์ , ระบบแจ้งเหตุสัญญาณ และควบคุมเพลิงไหม้ , ระบบรักษาความปลอดภัย รวมถึงการทำงานร่วมกับระบบอื่นๆภายในอาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะแสดงค่าสถานะ การทำงานของระบบต่างๆผ่านทาง Graphic Inte
นอกจากนี้ระบบบริหารอาคารยังรวมถึงความสามารถในการโปรแกรมการทำงานของอุปกรณ์ให้ทำงานแบบอัตโนมัติ ตามภาวะหรือเงื่อนไขที่กำหนดไว้ได้ด้วยทำให้ง่ายต่อการจัดการ และควบคุมระบบภายในอาคาร ให้เกิดประสิทธิภาพและประโยชน์สูงสุด เหมาะสำหรับอาคารที่มีระบบการทำงานหลายๆระบบ
การออกแบบระบบขึ้นอยู่กับขนาดและงบประมาณซึ่ง GSI สามารถรองรับได้ทุกระบบ และทุกขนาดอาคาร rface ช่วยให้ Operator ตรวจสอบได้ง่าย










แหล่งที่มา
http://www.gunno.com/products/pro_bas.htm



วันจันทร์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

ความหมายและประโยชน์ของOA

ความหมายและองค์ประกอบของสำนักงานอัตโนมัติ
สำนักงานอัตโนมัติ คือ การประยุกต์คอมพิวเตอร์และการสื่อสารในงานสำนักงานงานซึ่งประกอบด้วย พนักงาน นักวิชาชีพ และผู้จัดการองค์ประกอบของสำนักงานอัตโนมัติ องค์ประกอบของสำนักงานอัตโนมัติแบ่งเป็น 5 ประเด็น
2.1 บุคลากร อาจแบ่งได้หลายกลุ่ม เช่น ผู้บริหาร นักวิชาชีพ นักเทคนิค เลขานุการ เสมียน และพนักงานอื่นๆ
2.2 กระบวนการปฏิบัติงาน เช่น การรับเอกสารและข้อมูล,การบันทึกเอกสารและข้อมูล,การสื่อสารเอกสารและข้อมูล,การจัดเตรียมข้อมูลข่าวสารต่างๆ,การกระจายข่าวสาร,การขยายรูปแบบเอกสาร ,การค้นคืนและการจัดเก็บเอกสารข้อมูล,การกำจัดและการทำลายเอกสาร,การดูแลความมั่นคงปลอดภัย 2.3 เอกสาร ข้อมูล สารสนเทศ
2.4 เทคโนโลยี
2.5 การบริหารจัดการ
เทคโนโลยีเพื่อสำนักงานอัตโนมัติ
1.เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ -ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ มีสมรรถนะสูง ราคาแพง เหมาะสำหรับงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ -เมนเฟรม บันทึกและจัดเก็บฐานข้อมูลขนาดใหญ่ เหมาะสำ
หรับหน่วยงานธุรกิจขนาดใหญ่ -ไมโครคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล มีขนาดเล็ก นิยมใช้เป็นลูกข่ายในระบบเครือข่าย 2.เทคโนโลยีโทรคมนาคม -เทคโนโลยีโทรคมนาคมพื้นฐาน -ระบบโทรศัพท์ ปัจจุบันมีโทรศัพท์พีซีที เป็นโทรศัพท์ไร้สายซึ่งสามารถถือติดตัว โทรศัพท์มือถือ รวมไปถึงการใช้ระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาควบคุมการใช้โทรศัพท์ ที่เรียกว่า เทเลโฟนี (telephony) -ระบบโทรสาร เป็นอุปกรณ์สำหรับส่งภาพลักษณ์ของเอกสารในสำนักงานผ่านระบบโทรศัพท์จากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง -ระบบประชุมทางไกล -ระบบสื่อสารข้อมูล เป็นการส่งข้อความ หรือข้อมูลผ่านระบบโทรคมนาคมระหว่างสถานที่สองแห่ง ประกอบด้วยอุปกรณ์สำคัญ 3 ส่วน คือ ส่วนรับ/ส่งข้อมูล,ส่วนแปลงสัญญาณ,ส่วนการสื่อสาร
3.เทคโนโลยีสำนักงาน - เครื่องพิมพ์ดีด -เครื่องถ่ายเอกสาร -เครื่องบันทึกเอกสารลงบนไมโครฟิล์มและเครื่องอ่านไมโครฟิล์ม -เครื่องบันทึกเอกสารลงสื่ออิเล็กทรอนิกส์
4. เทคโนโลยีภาพกราฟิก งานประมวลภาพกราฟิกเป็นงานที่เกี่ยวกับการนำเอกสารมาสแกนเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์เพื่อนำมาบันทึกบนสื่อบันทึก หรือแสดงบนจอภาพ หรือส่งไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นเช่นเดียวกับโทรสาร บางกรณีต้องการเปลี่ยนภาพกราฟิกให้เป็นข้อความสำหรับนำไปใช้งานอื่นๆ จึงจำเป็นจะต้องใช้โปรแกรมประเภทโปรแกรมรู้จำอักขระด้วยแสง (Optical Character Recognition,OCR) 5. ระบบอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นวิธีการสื่อสารที่เป็นมาตรฐานง่ายๆ ซึ่งสามารถจัดสร้างขึ้นให้ผู้ใช้เครือข่ายคอมพิวเตอร์เข้าถึงได้ และมีการกำหนดการทำงานกับเอกสารที่เป็นมาตรฐานและใช้กันอย่างกว้างขวาง ยังมีการนำแนวคิดและเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตไปใช้กับการจัดระบบเครือข่ายอื่นๆ ได้แก่ ระบบอินทราเน็ต และระบบเอกซ์ทราเน็ตพัฒนาการของสำนักงานอัตโนมัติ 1. ที่มาของสำนักงานอัตโนมัติ สิ่งสำคัญที่ทำให้เกิดสำนักงานอัตโนมัติ คือ 1.1 เศรษฐกิจ ค่าใช้จ่ายทางด้านเอกสาร เงินเดือนพนักงานที่จัดการเอกสาร ทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนมาเพื่อลดต้นทุน โดยการใช้ระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยจัดการงานเอกสาร 1.2 สารสนเทศ ข้อมูลข่าวสารเกิดขึ้นตลอดเวลา การพัฒนาเพื่อรองรับ และการหาระบบเพื่อสำรองข้อมูลและสื่อในการรับรู้ ทำให้เกิดสำนักงานอัตโนมัติ การเปลี่ยนแปลงสำนักงานธรรมดาไปสู่สำนักงานอัตโนมัติ มีรากฐานอยู่ที่การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอันประกอบด้วยเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีโทรคมนาคม สำนักงานสมัยใหม่ หรือที่เรียกว่า สำนักงานในอนาคต คือสำนักงานที่มีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์ใช้กับการทำงาน และทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงลักษณะการทำงาน มีการนำระบบเครือข่ายมาใช้เชื่อมโยงอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เครื่องใช้สำนักงาน และอุปกรณ์สื่อสารต่าง ๆ เข้าด้วยกัน เพื่อให้สามารถทำงานในหน้าที่ต่าง ๆ ร่วมกันได้ในเครือข่าย ปัจจัยที่สำคัญของสำนักงานยุคใหม่ คือ เทคโนโลยีสารสนเทศ โดยเฉพาะระบบการสื่อสารโทรคมนาคม นำมาใช้ในการรวบรวมและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน สร้างความได้เปรียบทางธุรกิจด้านประสิทธิภาพในการใช้ข้อมูลข่าวสารในการตัดสินใจได้รวดเร็ว ถูกต้อง ทันสมัยและทันต่อเหตุการณ์ได้ดีกว่า
ประโยชน์ของสำนักงานอัตโนมัติ
1. ประหยัดงบประมาณค่าใช้จ่าย
2. การเพิ่มประสิทธิภาพในสำนักงาน
3. ผู้บริหารสามารถตัดสินใจได้ถูกต้องรวดเร็วขึ้น
4. ผู้ปฏิบัติงานมีความภาคภูมิใจในสำนักงานและหน่วยงานมากขึ้น
5. หน่วยงานและสำนักงานมีภาพลักษณ์ที่ดี
แหล่งที่มา
learners.in.th